เหตุที่ไทยไม่ร่วมภาคีกับ ICC

icb

CC ที่ย่อมาจาก International Criminal Court หรือศาลอาญาระหว่างประเทศนั่นเอง เป็นศาลสถิตยุติธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จัดตั้งขึ้นตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2555 คณะอนุกรรมมาธิการได้จัดสัมมนาเรื่องประเทศไทยกับกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งมีวิทยาด้วยกัน 5 ท่าน คือ คุณวารุณี ปั้นกระจ่าง เป็นผอ.กองกฎหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ คุณพนัส ทัศนียานนท์ อดีต ส.ว.และนักกฎหมาย คุณปิยบุตร แสงกนกนกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และคุณสุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งประเด็นในการสัมมนาครั้งนี้มีทั้งหมด 5 ประการ ดังนี้

  • ศาลอาญาระหว่างประเทศคืออะไร ซึ่งคุณวารุณี ปั้นกระจ่าง ผอ.กองกฎหมายจากกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวว่า ICC เป็นสนธิสัญญาที่เกิดขึ้นจากการประชุม ที่ประเทศอิตาลี เพื่อจัดตั้งศาลไว้สำหรับตัดสินความผิดของบุคคลธรรมดาแต่ก่ออาชญากรรมสูงสุด โดยศาลนี้เป็นศาลลักษณะถาวรด้วย โดยสารนี้มีสมาชิกทั้งหมด 160 ประเทศ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่การจะมีผลบังคับใช้จะต้องลงสัตยาบรรณด้วย
  • บทบาทของ ICC ที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีกว้างแค่ไหน คุณวารุณี ปั้นกระจ่าง ผอ.กองกฎหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าความผิดที่ ICC จะพิจารณามีเขตอำนาจเหนืออาชญากรรมร้ายแรงเช่น การทำลายล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษย์ อาชญากรรมสงคราม และสุดท้ายคืออาชญากรรมรุกราน
  • ICC มีเงื่อนไขบังคับใช้อย่างไร ในที่สัมมนามีการระบุว่า ผลบังคับใช้สามารถบังคับใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2545 ดังนั้นคดีก่อนหน้านี้ศาล ICC ไม่มีผลบังคับใช้ ส่วนประเทศที่เข้าเป็นภาคีภายหลัง จะพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นหลังที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ในประเทศเท่านั้นใครคือผู้เสียหาย มีแนวทางกระบวนการอย่างไร โดยในที่สัมมนาให้คำตอบว่ารัฐภาคีต้องให้ข้อมูลต่อสารมากพอเท่าที่จะทำได้ บุคคลที่สามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลได้ คือผู้เสียหายและเหยื่อ
  • ผลดี ผลเสีย ถ้าไทยให้สัตยาบรรณ ซึ่งได้ประเทศไทยนั้นลงนามธรรมนูญแล้วจริงแต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบรรณ ดังนั้นไทยจึงยังไม่ได้เป็นภาคีกับ ICC โดยทางศาลเองกล่าวว่า หากไทยจะเข้าร่วมภาคีจะต้องแก้กฎหมายหลายๆ ฉบับที่ไม่สอดคล้องกับธรรมนูญในกรุงโรม ส่วนเหตุผลหลักที่ไทยทำให้ไทยไม่ยอมเข้าร่วมภาคีครั้งนี้เพราะเงื่อนไขที่ว่าธรรมนูญของกรุงโรมกำหนดให้ประมุขของรัฐไม่ได้รับการยกเว้ยจากความผิดทางอาญา ไม่มีว่ากรณีใดๆ ไม่มีการลดหย่อนโทษ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวจะถูกใช้หากไทยเข้าร่วมภาคีแล้วอีกอย่างเงื่อนไขนี้ขัดกับหลักของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตราที่ 8 โดยการจะกระทำการดังกล่าวจะต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ดังนั้นในครั้งนี้ไทยจึงยังไม่เข้าร่วมภาคี แต่ก็มีข่าวแว่วๆ มาว่ากระทรวงการต่างประเทศจะมีจัดการประชุมครั้งใหม่เพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำนิยามต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพิจาณาเข้าภาคีด้วย