หน้าที่ที่สำคัญของศาลอาญาระหว่างประเทศ

z_2959

z_2959

ศาลอาญาระหว่างประเทศ แม้จะไม่ค่อยคุ้นหูนักสำหรับใครหลายคนแต่ทราบไหมว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศก่อตั้งมานานแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2002 นับจากแรกเริ่มก็ประมาณ 16 ปี ซึ่งมีบทบาทดำเนินคดีผู้กระทำความผิดอาญาระหว่างประเทศ ให้ความยุติธรรมแต่ละประเทศ โดยศาลอาญาระหว่างประเทศนี้ได้รับการรับรองจากสมาชิกสมัชชาสหประชาชาติจำนวน 160 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกสมัชชาด้วยเช่นกัน

ว่าด้วยหน้าที่ของศาลอาญาระหว่างประเทศ

ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court) หรือ ICC เป็นศาลระหว่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ มีอำนาจดำเนินคดีผู้กระทำความผิดอาญาระหว่างประเทศ โดยศาลอาญาระหว่างประเทศเกิดขึ้นในลักษณะสนธิสัญญาที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี  จากที่ประชุมเพื่อให้จัดตั้งศาลในลักษณะมั่นคงถาวรสำหรับทำหน้าที่พิจารณาความผิดของบุคคลทั่วไปซึ่งทำการก่ออาชญากรรมร้ายแรงอย่างมากที่สุด โดยศาลอาญาระหว่างประเทศได้รับการรับรองจากสมาชิกสมัชชาประชาชาติทั้ง 160 ประเทศ  โดยได้รับการรับรองเมื่อปี พ.ศ.2541 และมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2545 ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกสมัชชาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2543

วัตถุประสงค์หลักของศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมระบบยุติธรรมที่แต่ละประเทศมีอยู่ จึงมีเขตอำนาจเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข เช่น เมื่อศาลระดับประเทศไม่สามารถหรือไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแล้ว เมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือรัฐหนึ่ง ๆ เสนอคดีมาให้พิจารณา ศาลอาญาระหว่างประเทศจึงทำหน้าที่พิจารณาคดีดังกล่าว โดยบทบาทหลักๆ จะประกอบไปด้วย 4 ประเภท คือ

  1. การทำลายล้างเผ่าพันธุ์ ตัวอย่าง ฮิตเลอร์สั่งฆ่าชาวยิวหลายล้านคน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศาลอาญาระหว่างประเทศสามารถจัดการกับคนที่กระทำผิดในลักษณะเช่นนี้ได้
  2. อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมเลวร้ายที่มีผลต่อมนุษย์ทุกคนบนโลก ต้องได้รับการตัดสินและลงโทษที่ร้ายแรง
  3. อาชญากรรมสงคราม บุคคลที่พยายามสร้างให้เกิดสงครามบนโลก คล้ายกรณีของ ซัดดัม ฮุสเซน หรือ บิน ลาเดน เป็นต้น
  4. อาชญากรรมอันเป็นการรุกราน ข้อนี้เป็นนิยามและความหมายใหม่ หมายถึง บุคคลใดที่ทำให้เกิดปัญหาในด้านของการรุกรานเกิดขึ้นก็อาจจะโดนลงโทษได้เช่นกัน

นิยามการลงโทษบุคคลที่กระทำความผิด

ลงโทษแบบไม่ต้องการให้ผู้ทำการก่ออาชญากรรมชนิดร้ายแรงที่สุด ถูกปล่อยตัวอกไปทั้งที่ไม่มีการลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิธีในการช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ในอนาคต โดยบุคคลที่ศาลตัดสินลงโทษนั้นไม่เหมือนกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก คือเน้นไปที่คนทั่วไป ไม่ใช่กลุ่มอำนาจรัฐซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาคดีเหนือกว่าคดีอาชญากรรมทั่วไป ตัวอย่างคดีที่ถูกฟ้องต่อศาล เช่น  Joseph Kony หัวหน้ากบฏยูกันดา, Omar al-Bashir ประธานาธิบดีซูดาน เป็นต้น

กล่าวคือศาลอาญาระหว่างประเทศมีความสำคัญต่อมนุษยชาติและโลก ไม่ให้เกิดผลกระทบความร้ายแรงอันน่าสะพรึงต่อคนทั้งชาติ มีอำนาจสอบสวนพิจารณาคดีต่อบุคคลผู้ทำความผิดร้ายแรงจนก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายระดับโลกได้