สรุปผลคดีดังศาลโลกตัดสินเขาพระวิหาร

Khao Phra Viharn

‘คดีปราสาทพระวิหาร’ คือ ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชากับไทย เริ่มในปี พ.ศ. 2501 จากปัญหาการอ้างสิทธิปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายแดนไทย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และฝั่งกัมพูชาจังหวัดพระวิหาร โดยทั้ง 2 ประเทศ ต่างถือแผนที่คนละฉบับ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ต่อมาทั้งกัมพูชาและไทยต่างยินยอมให้มีการพิจารณา ณ ศาลโลก กรุง Hague ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปี พ.ศ. 2502

สุดท้ายแล้วศาลโลก จึงตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาโดยสมบูรณ์ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 จากคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ทางฝั่งไทยก็มีความเห็นว่าศาลโลกตัดสินอย่างไม่ยุติธรรม

ผู้พิพากษา

ผู้พิพากษามี 14 ท่าน คะแนน 9 ต่อ 3 ตัดสินว่าปราสาทเขาพระวิหารควรตกอยู่ภายใต้อาณาเขตของประเทศกัมพูชา และ คะแนน 7 ต่อ 5 ตัดสินว่า ไทยต้องคืนวัตถุบริเวณเขาพระวิหารให้แก่กัมพูชาด้วย

เหตุผล 3 ประการของคำพิพากษาในปี พ..2505 คือ

  1. 1. ศาลพิจารณาว่า นี่คือข้อพิพาทแห่งอำนาจอธิปไตยของที่ตั้งปราสาท โดยศาลไม่ได้ปักเขตแดน จึงดูเรื่องเขตอธิปไตยมากกว่า ซึ่งศาลรับพิจารณาเฉพาะในส่วนของเหตุผล
  2. 2. แผนที่ 1:200,000 เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญในการตัดสินคดี โดยคู่ความได้รับรองแผนที่ 1:200,000 และเส้นแบ่งเขตแดนแล้ว ต่อมาศาลจึงเห็นว่า ไทยยอมรับทางอ้อมในแผนที่ 1:200000 รวมทั้งเส้นแบ่งเขตแดนบนแผนที่ไปแล้ว เนื่องจากไทยได้ยอมรับว่า แผนที่นี้ คือ เกิดจากคณะกรรมการเขตแดน อีกทั้งยังยอมรับเขตแดนตามแผนที่ 1:200000 ไปแล้ว
  3. 3. กัมพูชากล่าวว่า ขอบเขตซึ่งนำมาพิพาทนี้ มีขนาดเล็กมาก โดยศาลได้อธิบายว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเทือกเขาดงรัก อันถือเป็นเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศ แต่ในขณะเดียวกันแผนที่ 1:200000 กลับครอบคลุมเขตแดนยาวไปไหลหลายร้อยกิโลเมตร เพราะฉะนั้นศาลจึงพิจารณาเฉพาะพื้นที่พิพาทเท่านั้น ต่อมาเมื่อศาลไปดูบริบทของปฏิบัติการทั้ง 3 นั้น จึงมีความเห็นว่า บททั้ง 3 เป็นปฏิบัติการเดียวกันนั่นเอง

ต่อมาเมื่อพิจารณาเรื่องภูมิศาสตร์อันเป็นหน้าผาสูง เป็นเขตแดนของประเทศกัมพูชาซึ่งสามารถเดินขึ้นไปยังปราสาทได้ เพราะฉะนั้น ศาลจึงมีความเห็นว่าเขตแดนกัมพูชาทางตอนเหนือ ไม่เกินเส้นแบ่งของแผนที่ 1:200000 นอกจากนี้สถานีตำรวจก็ยังอยู่ไม่ไกลจากทางทิศใต้ของเส้นนั้น

สรุปแล้ว คำพิพากษาในปี พ.ศ. 2505 กัมพูชามีอธิปไตยในดินแดนปราสาทพระวิหาร โดยประเทศไทยจำเป็นต้องถอนทหารออกจากเขตดังกล่าวทันที รวมทั้งบริเวณใกล้เคียง หากแต่อย่างไรก็ตาม ภูมะเขือ ไม่ได้มีความเกี่ยวพันธ์กับปราสาทพระวิหาร การจะถอนทหารแล้วย้ายออกไปตรงบริเวณไหน ให้ทั้ง  2 ประเทศกำหนดกันเอาเอง